บทที่ 4 ขอเอาคืนเสียหน่อย

หลิงเฟิ่งที่อยู่ภายในห้อง นางมองหาสิ่งของที่พอจะใช้ป้องกันตัวได้ ก็เห็นจะไม่มีสิ่งใดเลย ตอนที่สายตาของนางกำลังกวาดมองไปรอบๆ ป้าเหลียนก็เดินเข้ามาด้านใน

“พวกเจ้าออกไปก่อน ข้าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นาง” ป้าเหลียนมองร่างผอมแห้งของหลิงเฟิ่งอย่างเห็นใจ

“กรรมของเจ้าจริงๆ อาเฟิ่ง ภพหน้ามีจริง ให้เจ้าเกิดในตระกูลร่ำรวย มีครอบครัวที่รักเจ้าจริงก็แล้วกัน ชาตินี้ทำสิ่งใดไม่ได้แล้ว อากวนชั่วช้านัก กล้าขายลูกในไส้ของตน ให้เป็นเจ้าสาวร่วมหลุม” นางเปลี่ยนเสื้อผ้าไป ก็อดที่จะบ่นออกมาไม่ได้

หลิงเฟิ่งได้ยินเสียงของคนกลุ่มมากที่กำลังเข้ามาภายในเรือนของนาง ป้าเหลียนก็ประคองร่างของนางขึ้นมา เพื่อให้นางเดินออกไปด้านนอก

“เด็กดี เดินไหวหรือไม่ ข้าจะช่วยประคองเจ้าออกไป” หลิงเฟิ่งอยากจะกรีดร้องออกมาเสียให้รู้แล้วรู้รอด

เมื่อเห็นคนจำนวนมากที่มายืนอยู่ที่กลางลานเรือน นางก็เริ่มจะตื่นตระหนกขึ้นมาจริงๆ แล้ว สายตาของนางมองไปรอบตัว ก่อนจะพบไม้ฟืนที่ถูกเก็บมาไว้แต่ยังมิได้เอาไปเก็บที่ห้องครัว

หลิงเฟิ่งดันมือป้าเหลียนที่กำลังประคองนางออก ก่อนจะพุ่งตัวไปหยิบไม้ด้ามใหญ่มาถือเอาไว้ ทุกคนที่เห็นนางทำเช่นนั้นก็หยุดชะงัก พร้อมกับระวังตัวด้วยกลัวว่านางจะวิ่งเข้ามาทำร้าย

“ก่อนไป ข้าขอเข้าคืนเสียหน่อย” นางได้แต่บ่นในใจ

“อ๊ากกกกก” หลิงเฟิ่งร้องออกมาราวกับคนเสียสติ นางวิ่งไล่ตีบุรุษตระกูลหลี่ทั้งสามราวกับอยากจะให้เขาตายคามือของนาง

ชาวบ้านที่มารับนางไปส่งที่จวนตระกูลซ่ง ได้แต่จ้องมองตาค้าง ไม่รู้จะเข้าไปช่วยทั้งสามคนเช่นไร

“ตาย ตาย” นางทุบตีทั้งสาม พร้อมทั้งตะโกนออกมาด้วย

ป้าเหลียนเองก็หยุดนิ่งอยากทำอะไรไม่ถูก ทุกคนได้แต่กลืนน้ำลายเสียงดัง ไม่รู้ว่าหลิงเฟิ่งที่ตัวเล็กเพียงนิดเดียวนางไปเอาเรี่ยวแรงมาจากที่ไหน ทุบตีเสียจนบุรุษร่างใหญ่ร้องครวญครางเสียงดังลั่นไปทั่ว

“ช่วยด้วย พวกเจ้ามาจับนางไปเร็วเข้า จะปล่อยให้นางตีพวกข้าตายก่อนหรือไม่ โอ๊ยยย” หลี่กวนร้องออกมา มือก็ปัดป้องไปด้วย

“นังโง่ หยุดเดียวนี้ ข้าเป็นพี่ชายของเจ้า เจ้าลืมไปแล้วรึ โอ๊ยยย” หลี่เฉียงตะโกนเสียงดัง นางจึงตีไปที่แผ่นหลังของเขาเต็มแรง กล้ามาใช้คำว่าพี่ชายกับนางอีกรึ

หลี่ซวง นับว่ายังฉลาดอยู่ที่เขาไม่ตะโกนด่าออกมา ได้แต่ร้องบอกให้หลิงเฟิ่งหยุดมือ ด้วยรู้ว่าหากตนด่าหลิงเฟิ่ง จะต้องถูกนางตีเช่นพี่ชายเป็นแน่

“พอแล้ว พอแล้ว” ป้าเหลียนรีบเข้ามาดึงมือของหลิงเฟิ่งเอาไว้ ชาวบ้านคนอื่นจึงได้เดินเข้ามาจับไม้ในมือของนางทิ้งไป

“พานางออกไปเลย แล้วไม่ต้องเอามาคืน ถือว่าข้ายกนางให้ จะเอาไปฆ่าแกงที่ไหนก็ไป” หลี่กวนกุมหัวที่ปูดบวมของตนไว้ แล้วตะโกนออกมาใส่หน้าของหลิงเฟิ่ง

หลิงเฟิ่งกลับไปมีสายตาที่เลื่อนลอยอีกครั้ง นางมองขึ้นแต่บนท้องฟ้า ด้วยกลัวว่าหากเผลอจ้องมองใบหน้าของคนทั้งสาม นางจะหลุดหัวเราะออกมาแทน

“ไป ไป ข้าจะไปส่งเจ้าเอง ไม่ต้องกลัวนะอาเฟิ่ง พวกเจ้าถอยห่างออกไป คนมากนางตกใจ จึงได้พลั้งมือทำร้ายเช่นนี้” ป้าเหลียนกึ่งประคองกึ่งลากตัวหลิงเฟิ่งเดินออกจากเรือนตระกูลหลี่ไป

ชาวบ้านต่างก็แปลกใจ หากนางตื่นกลัวคนจำนวนมากจริง เหตุใดถึงเลือกทำร้ายเพียงแค่คนในตระกูลหลี่ แต่คนนอกไม่มีผู้ใดที่ได้รับบาดเจ็บเลยสักคน

เรือนของตระกูลซ่งอยู่ห่างจากเรือนของตระกูลหลี่ถึงสองลี้ (1ลี้=500เมตร) หากหลิงเฟิ่งนางไม่ได้ดื่มน้ำวิเศษมาก่อนหน้านี้ นางคงเดินต่อไปไม่ถึงแน่

ชาวบ้านที่อยู่ภายในเรือนตระกูลซ่งมิได้มากนัก เรียกได้ว่าคนทั้งหมดที่มาร่วมงานก็คือคนที่ไปรับนางมาจากเรือนตระกูลหลี่

“จูซื่อ ต้องกราบไว้ฟ้าดินหรือไม่” ป้าเหลียนเดินเข้าไปถามสตรีวัยกลางคนที่ใบหน้าหมองเศร้า นางกำลังพูดคุยกับชาวบ้านอยู่

“ไม่ต้อง อาหยุนคงจะลุกออกมาไม่ไหว” พอนางพูดถึงบุตรชาย น้ำตาของนางก็ดูจะไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “ลำบากเจ้าแล้วเฟิ่งเออร์ อย่าได้กล่าวโทษข้าเลย ข้าเองก็ไม่ได้ต้องการเช่นนี้” นางเดินเข้ามาลูบหัวหลิงเฟิ่งอย่างเห็นใจ

หลิงเฟิ่งลืมตัวว่านางเป็นสตรีไม่สมประกอบอยู่ นางจึงเผลอจ้องมองจูซื่อ แม่สามีของนางอย่างตั้งใจเกินไปหน่อย จูซื่อเมื่อเห็นแววตาของหลิงเฟิ่งดูเหมือนคนทั่วไป มิใช่เลื่อนลอยเช่นตอนแรก ก็แอบสงสัยอยู่ในใจ หลิงเฟิ่งจึงได้แกล้งยิ้มจนตาหยีออกมา พร้อมทั้งมองขึ้นไปบนฟ้า แล้วชี้ไม้ชี้มือแทน

“หากอาหยุนรอดมาใช้ชีวิตได้ ข้าจะดูแลเจ้าตลอดชีวิตอย่างดี พานางเข้าไปในห้องของอาหยุนเถิด” หลิงเฟิ่งถูกป้าเหลียนและจูซื่อประคองเข้าไปในเรือน

ฝ่าเท้าของนางดูจะก้าวไม่ค่อยออก เมื่อผู้เป็นมารดาร้องไห้ออกมาเช่นนี้แล้ว ตัวลูกชายของนางก็คงจะไม่รอดจริงๆ หลิงเฟิ่งขืนตัวจนสตรีอีกสองคนต้องเข้ามาช่วยกันลากนางเข้าไปในห้อง แล้วลงกลอนจากด้านนอกขังนางเอาไว้

“...” หลิงเฟิ่ง ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตู นางลองดันดูก็พบว่าด้านนอกถูกลงกลอนไว้เสียแล้ว

แค่ก แค่ก เสียงไอราวกับจะให้ลูกกระเดือกกระเด็นออกมาด้วยของคนป่วยบนเตียง ทำให้หลิงเฟิ่งเลิกดันประตูให้เปิดออก แล้วหันไปมองเขาแทน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป